เงื่อนไขเงินประกันรายได้ข้าว พร้อมวิธีเช็คเงินประกันราคาข้าวล่าสุดปี 65

เงินประกันรายได้ข้าวไม่เข้าบัญชีเกิดจากอะไร?

 

เงินประกันรายได้ข้าวปี 64 หากถามว่าใครได้บ้าง กล่าวคือคนที่ได้รับต้องมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเงินประกันรายได้ข้าว อนึ่ง ท่านสามารถเช็คเงินประกันราคาข้าว ธกสได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือเว็บไซต์ chongkho.inbaac.com เพียงแค่กรอกเลขบัตรประชาชน ระบบก็จะแสดงข้อมูลว่าท่านได้ค่าประกันรายได้ข้าวหรือไม่ แต่กระนั้นก็มีเกษตรกรบางคนที่มีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ได้รับเงินประกันรายได้ข้าว แต่กลับยังไม่มีค่าประกันรายได้ข้าวโอนเข้าบัญชีธนาคาร สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มีหลายสาเหตุด้วยกัน คือ บัญชีธนาคารของท่านไม่มีความเคลื่อนไข เกษตรกรไม่ได้ทำการยืนยันบัญชี หรือบัญชีธนาคารถูกอายัด ทั้งนี้ หากท่านพบว่ามีปัญหาที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าวหรือนอกเหนือจากนี้ แนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทันทีเพื่อดูเงินประกันรายได้ข้าวหรือตรวจเงินประกันรายได้ข้าวให้กับท่าน เพื่อจะได้รับค่าประกันรายได้ข้าวโอนเข้าบัญชีธนาคารเหมือนของคนอื่น

 

ราคาเกณฑ์อ้างอิงส่วนต่างเงินประกันรายได้ข้าว

หากเราเช็คเงินประกันราคาข้าวล่าสุดในปี 2022-2022 จากแหล่งข่าวออนไลน์จะพบว่าเงินประกันรายได้ข้าวมีราคาเกณฑ์อ้างอิงส่วนต่างไว้อยู่ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับค่าประกันรายได้ข้าวต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวปี 2565-2565 โดยราคาส่วนต่างเงินประกันรายได้ข้าวแบ่งออกเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ คิดเป็นตันละ 11191.17 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ คิดเป็นตันละ 10827.59 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9943.92 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า คิดตันละ 8135.30 บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 8826.89 บาท ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเงินประกันรายได้ข้าวสำหรับข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกิน 15% แต่สำหรับการชดเชยส่วนต่างราคาของรายได้ประกันเกษตรกรนั้นแบ่งออกเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 3808.83 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลิชนิดนอกพื้นที่ ตันละ 3172.41 บาท, ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ 1056.08 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 1864.70 บาท และชนิดข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 3173.11 บาท ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนควรเช็คเงินประกันราคาข้าว ธกส ให้ดี เพราะบางคนไม่เข้าใจว่าตนเองได้เงินประกันรายได้ข้าวต่างจากคนอื่น แต่หารู้ไม่ว่าทางหน่วยงานได้แบ่งตามเกณฑ์ข้าวชนิดต่าง ๆ 

 

เงินประกันรายได้ข้าว สิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรไม่ควรพลาด

เงินประกันรายได้ข้าวเป็นโครงการของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ช่วยให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวได้เงินชดเชยหรือเงินส่วนต่างราคาข้าว เนื่องจากก่อนหน้าปี 2565 นี้ ราคาข้าวตกต่ำอย่างมาก อาจมีสาเหตุมาจากวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงไวรัสโควิด19 ที่ระบาดอย่างหนัก ดังนั้น เงินประกันรายได้ข้าวหรือค่าประกันรายได้ข้าวจึงเป็นสิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวคสรได้รับ ทั้งนี้ ท่านที่สนใจต้องติดตามเงื่อนไขของโครงการดังกล่าวให้ดี เพราะถึงแม้จะให้เงินประกันรายได้ข้าว แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ลงทะเบียนทุกคนได้เงินเท่ากัน เนื่องจากรัฐบาลมีกฎเกณฑ์แยกประเภทชนิดข้าวเปลือกไว้อยู่แล้ว เช่น ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเงินประกันรายได้ข้าวปี 64 ต้องไปเปรียบเทียบราคาส่วนต่างด้วยตัวเอง อีกทั้งข้าวแต่ละประเภทยังกำหนดด้วยว่าคิดเป็นเงินต่อตันเท่าไร ทำให้ผู้ลงทะเบียนได้รับความสะดวกในการคำนวณมากขึ้น

เงินกู้ช่วยเหลือเกษตรกรโควิด 10000 บาท อีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจากเงินประกันรายได้ข้าว

จริงอยู่ว่าเงินประกันรายได้ข้าวหรือที่บางคนเรียกว่าค่าประกันรายได้ข้าวช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรที่มีภาระหนักมาก ๆ ได้ ดังนั้น เราจึงได้เห็นโครงการรัฐต่าง ๆ มากมายในปี 2022 ที่ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร สำหรับท่านใดที่อยากได้เงินมากกว่านี้เพื่อเอาไปจุนเจือครอบครัวหรือต่อยอดอาชีพเกษตรกร ท่านสามารถลงทะเบียนเงินกู้ ธ.ก.ส สินเชื่อช่วยเหลือเกษตรกรทีได้รับผลกระทบจากโควิดได้ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้สมัครลงทะเบียนต้องมีอาชีพเกษตรกรหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร ท่านจะได้รับเงินคนละไม่เกิน 10000 บาท เช่นเดียวกับโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานรากออมสิน นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนอกเหนือจากเงินประกันรายได้ข้าว อยางไรก็ดี ในส่วนของเงินประกันรายได้ข้าวปี 64 ท่านที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวไว้แล้วก็ควรเช็คเงินประกันราคาข้าวล่าสุดด้วย เพราะอย่างน้อยก็เป็นเงินเยียวยาอีกช่องทางหนึ่ง

 

ทำไมโครงการเงินประกันรายได้ข้าวถึงเป็นโครงการที่ชาวนาสนใจ?

สำหรับโครงการเงินประกันรายได้ข้าวเป็นโครงการที่ชาวนารวมถึงเกษตรกรที่ปลูกข้าวให้ความสนใจอย่างมาก เพราะโครงการเงินประกันรายได้ข้าวตอบโจทย์แก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ จากแหล่งข่าวออนไลน์ที่ได้สอบถามเกษตรกรปลูกข้าว พบว่าชาวนาหลายคนได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เมล็ดข้าวที่ปลูกได้รับความเสียหาย อีกทั้งเมล็ดข้าวยังไม่สมบูรณ์ หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือได้ผลผลิตไม่เต็มหน่วย ดังนั้น ชาวนาส่วนใหญ่จึงเลือกเก็บข้าวไว้บริโภคเองและรอเข้าร่วมโครงการค่าประกันรายได้ข้าว เพราะหากนำข้าวที่ปลูกตอนนี้ไปขายคงได้ราคาไม่ดี เช่นนี้เอง ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวควรเช็คเงินประกันราคาข้าว ธกส ด้วยว่าข้าวเปลือกที่ตนเองปลูกนั้นได้เงินประกันรายได้ข้าวเป็นจำนวนเท่าไรต่อตัน อนึ่ง ท่านที่ไม่ทราบว่าจะเช็คเงินประกันราคาข้าว ธกส ได้อย่างไร ท่านสามารถตรวจเงินประกันรายได้ข้าวผ่านทางเว็บไซต์ chongkho.inbaac.com โดยเพียงแค่กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ท่านก็จะทราบเลยรายละเอียดของโครงการรวมถึงเงินที่ท่านจะได้รับทันที อย่างไรก็ตาม หากตั้งคำถามว่าโครงการนี้ใครได้บ้าง ตอบได้ว่าคนที่ได้สิทธิ์ดังกล่าวคือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้เท่านั้น